วันพุธที่ 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2552

การนั่งสมาธิ


การนั่งสมาธิ ทำใหร่างกายมีสภาวะเหมือนก่อนจะหลับ แต่ไม่ได้หลับ มีสติรู้ตัวอยู่เสมอ และทำให้จิตใจสดชื่นแจ่ม ใส สมาธิยังช่วยขจัดความขัดแย้งในจิตใจ ทำให้ใจอยู่นิ่งท่ามกลางความสับสนว่าจะเอาอย่างไรดี เมื่ออยู่นิ่งแล้วจะเข้าใจสถานการณ์และเรื่องราวต่างๆ ได้ดีขึ้น ยอมรับมันด้วยความสงบและมีความสุขมากขึ้น และเป็นเหตุผลที่ทำให้แพทย์ มหาวิทยาลัยฮาร์วาร์ดเข้าใจว่าทำไมมนุษย์ถึงนั่งสมาธิมาหลายพันปีแล้ว แพทย์ก็แนะนำให้คนไข้นั่งสมาธิเป็นประจำและสม่ำเสมอมากขึ้น เพราะการทดลองทางวิทยาศาสตร์จากการสแกนคลื่นสมองพบว่า สมองจะมีระบบปิดกั้นเรื่องราวต่างๆไม่ให้เข้ามา และไม่ส่งเรื่องเข้าไปย่อยในส่วนลึกของเนื้อสมองอย่างเคย แต่ทำให้ระบบลิมบิคซึ่งเป็นส่วนควบคุมด้านอารมณ์และความจำดีขึ้น ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจ ลมหายใจ และการเผาผลาญในร่างกายเป็นปรกติ


สมาธิ ช่วยทำให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกันโรคได้มากขึ้น สามารถรักษาโรคได้มากขึ้น สามารถรักษาโรคร้ายแรงเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจ โรคเอดส์ โรคมะเร็ง โรคความดันโลหิตสูง โรคใจสั่น คนไข้โรคมะเร็ง โรคเอดส์ และเจ็บป่วยเรื้อรัง 14,000 คน ไม่ต้องกินยาแก้ปวด


สมาธิ ยังรักษาจิตใจที่ปั่นป่วน กดดัน สมาธิสั้น วุ่นวาย ไม่อยู่นิ่งอีกด้วย นอกจากนี้พลังของสมาธิยังสามารถรักษาคนไข้ที่เป็นโรคผิวหนังอักเสบร้อนแดง ให้มีผิวใสขึ้น เป็น 4 เท่าของผู้ที่ไม่ได้นั่งสมาธิ นักเขียนที่กินยาแก้เครียดมาเกือบตลอดชีวิต เมื่อนั่งสมาธิก็ไม่จำเป็นต้องพึ่งยาอีกต่อไป ผู้กำกับการแสดงและ ดาราภาพยนตร์ฮอลลีวู้ดก็นั่งสมาธิ ทำให้ลดความกดดันจากอาชีพและ ความเป็นคนดังมีชื่อเสียง และทำให้มีความสุขมากขึ้น รู้ตัวมากขึ้น มองเห็นสิ่งต่างๆ มากขึ้น สามารถพัฒนาบุคลิกภาพให้สง่างามและดูมีอำนาจมากขึ้น มองเห็นตัวเองมากขึ้น และรู้ว่าควรแก้ไขข้อบกพร่องของตัวเองได้อย่างไร เพียงแต่นั่งเงียบและทำจิตใจให้สงบเท่านั้น

วันพุธที่ 28 มกราคม พ.ศ. 2552

รัวฆ่าเหี้ยมนักศึกษาอุเทนฯดับ ลามศึก2สถาบันรับศพตีกัน




นักศึกษาอุเทนถวายโดนคนร้ายสวมหมวกกันน็อกจ่อยิงเผาขนล้มฟุบแล้วยิงซ้ำรวม 5 นัดดับคาป้ายรถเมล์ก่อนโดดขึ้นจยย.หลบหนี พ่อรับศพน้ำตาคลอเบ้า ระบุลูกเป็นคนตั้งใจเรียน ตร.เชื่อคนร้ายวางแผนล่วงหน้า คาดปมคู่อริล้างแค้น-เรื่องส่วนตัว
เหตุการณ์นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ถูกคนร้ายยิงเสียชีวิต ถูกเปิดเผยเมื่อเวลา 21.30 น. วันที่ 22 มกราคม พ.ต.ต.สมนึก สันติภาตะนันท์ พนักงานสอบสวน (สบ 2) สน.พหลโยธิน รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงได้รับบาดเจ็บ บริเวณป้ายรถเมล์ หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น แยกเกษตรฯ ถนนพหลโยธิน แขวงและเขตจตุจักร กทม. จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมด้วย พ.ต.อ.พีระพงศ์ วงษ์สมาน รอง ผบก.น.2 และ พ.ต.ท.สุรจิตร เปลี่ยนประเสริฐ สว.สส.สน.พหลโยธิน
ที่เกิดเหตุบริเวณป้ายรถเมล์เจ้าหน้าที่พบเพียงกองเลือด ส่วนผู้บาดเจ็บถูกนำส่งโรงพยาบาลวิภาวดี แต่ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตในเวลาต่อมา ทราบชื่อ นายพรพจน์ โสภาเจริญ อายุ 21 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะวิศวกรรมศาสตร์ สาขาโยธา นักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย อยู่บ้านเลขที่ 114/253 หมู่ 10 อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี สวมเสื้อนักศึกษาสีขาว กางเกงสแล็ก สีดำ ถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบขนาดเข้าที่ลำตัว 3 นัด ไหล่ 1 นัด และลำคอ 1 นัด
สอบถามเพื่อนผู้ตายบอกว่า นั่งรถเมล์ปรับอากาศสาย 177 จากหน้าห้างสรรพสินค้ามาบุญครอง มาด้วยกัน 4 คน โดยมาลงที่จุดเกิดเหตุเพื่อไปรับประทานอาหาร แต่ลงจากรถได้ไม่ถึง 5 นาที ตอนนั้นสังเกตเห็นคนร้ายขี่รถจักรยานยนต์มาด้วยกัน 2 คน แต่จำยี่ห้อและหมายเลขทะเบียนไม่ได้ คนที่นั่งซ้อนท้ายลงมาจากรถจักรยานยนต์ แล้วใช้ปืนจ่อยิงนายพรพจน์ทางด้านหลัง เมื่อผู้ตายล้มลงคนร้ายก็ยิงซ้ำอีก 2-3 นัดก่อนที่จะวิ่งขึ้นรถจักรยานยนต์ที่เพื่อนจอดรออยู่ไปทันที ส่วนพวกตนต่างคนก็ต่างวิ่งหนีกันชุลมุนเพื่อเอาตัวรอด
"ผมหันมาเห็นเพื่อนล้มจมกองเลือดอยู่จึงช่วยกันนำส่งโรงพยาบาลแต่มาเสียชีวิตในเวลาต่อมา พวกผมไม่เคยมีปัญหากับใคร นั่งรถเมล์มาดีๆ ก็ถูกลอบยิง คาดว่าน่าจะเป็นสถาบันคู่อริที่ต้องการล้างแค้น" เพื่อนผู้ตายกล่าว
ด้าน นายสง่า โสภาเจริญ พ่อผู้ตาย กล่าวทั้งน้ำตาว่า ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องทะเลาะวิวาทกับใคร เป็นคนตั้งใจเรียน ไม่เข้าใจว่าเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นกับครอบครัวตนเองได้อย่างไร ตอนนี้แม่ผู้ตายก็โศกเศร้าเสียใจที่สูญเสียลูกชาย ที่ผ่านมาเคยเห็นแต่ข่าวนักศึกษายิงกันเสียชีวิตแต่ไม่คิดว่าจะมาเกิดกับครอบครัวของตน
เมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พล.ต.ต.สาโรจน์ พรหมเจริญ ผบก.น.2 เรียกประชุมฝ่ายสืบสวน สน.พหลโยธิน และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.2 เพื่อคลี่คลายคดี โดยใช้เวลาประชุม 1 ชั่วโมงครึ่ง
พล.ต.ต.สาโรจน์ เปิดเผยหลังการประชุมว่า จากเหตุการณที่เกิดขึ้นได้เรียกประชุมฝ่ายสืบสวนของ สน.พหลโยธิน และฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก.2 เพื่อปรึกษาและประมวลเหตุการณ์ว่าสาเหตุเกิดจากอะไร
“เบื้องต้นตั้งประเด็นไว้ 3 ประเด็น คือ นักศึกษาต่างสถาบันซึ่งเป็นคู่อริ คู่อริเรื่องส่วนตัว และกลุ่มที่ไม่หวังดีในการก่อเหตุ จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุพบว่าพฤติกรรมของคนร้ายน่าจะเป็นการดักรอ โดยมีการวางแผนล่วงหน้า หรือติดตามผู้ตายมา และมาประสบเหตุโดยตรง เนื่องจากว่าเป็นคู่อริกัน” พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าว
พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าวต่อว่า ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุได้แน่ชัดว่าคนร้ายเป็นใคร กลุ่มใด แต่ยังไม่ได้ตัดประเด็นใดประเด็นหนึ่งออกไปไม่ว่าจะเป็นฝ่ายตรงข้ามหรือผู้ตายมีปัญหาส่วนตัวกับใคร โดยมอบหมายให้ฝ่ายสืบสวนลงพื้นที่สืบสวนทุกกลุ่ม พร้อมทั้งตรวจสอบในที่เกิดเหตุ และกล้องวงจรปิดโดยรอบ เนื่องจากเวลาเกิดเหตุมีพยานเห็นเหตุการณ์จำนวนมาก และได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ติดตามพยานเพื่อให้ข้อมูลในการติดตามคนร้ายมาดำเนินคดีต่อไป
ผบก.น.2 กล่าวว่า สำหรับพฤติกรรมของคนร้ายดูจากลักษณะการแต่งกาย มีการอำพรางใบหน้า สวมหมวกกันน็อกครึ่งใบ และมีผ้าปิดบังใบหน้า เชื่อว่าน่าจะมีการเตรียมการมา ก่อน และยิงผู้ตายจนเสียชีวิตหลังจากที่เดินทางมาส่งรุ่นน้อง โดยไม่มีหลักฐานที่บ่งบอกว่าเป็นนักศึกษาอุเทนถวาย ทราบว่าคนร้ายที่ก่อเหตุขี่รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อซูซูกิ ไม่ทราบสี และไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน อย่างไรก็ตาม จะประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจในพื้นที่ สน.ปทุมวัน และพื้นที่อื่นๆ ให้ดำเนินการตรวจสอบนักศึกษาที่ถูกไล่ออก หรือถูกพักการเรียน โดยตรวจสอบประวัติว่าเคยมีประวัติลักษณะดังกล่าวหรือไม่
พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าวด้วยว่า อยากฝากไปยังสถาบันต่างๆ ที่เมื่อมีเรื่องลักษณะดังกล่าว จะมุ่งประเด็นไปที่ สถาบันคู่อริทันที โดยยังไม่มีการตรวจสอบที่แน่ชัด หากเป็นเช่นนั้นจะกลายเป็นว่าเกิดปัญหาระหว่างสถาบัน ซึ่งแท้จริงแล้วเจ้าหน้าที่จะสืบสวนสอบสวนว่าสาเหตุเกิดจากอะไร จะสรุปว่าเป็นสถาบันใดสถาบันหนึ่งไม่ได้ เนื่องจากอาจจะเกิดจากกลุ่มผู้ไม่หวังดีมาใส่ร้ายป้ายสีกัน จึงไม่อยากให้ปักใจเชื่อเช่นนั้น เพราะจะนำไปสู่ความรุนแรงได้
“สำหรับคดีนี้ถือว่าเป็นคดีที่สะเทือนขวัญ จะประสานงานเจ้าหน้าที่ให้ดำเนินการอย่างเร่งด่วน พร้อมกันนี้ได้สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ ตร.สน.โคกคราม ไปดูแลความปลอดภัยในงานศพของผู้ตาย ซึ่งอาจจะมีการรวมกลุ่มของนักศึกษาได้” พล.ต.ต.สาโรจน์กล่าวทิ้งท้าย
ที่สถาบันนิติเวช รพ.ตำรวจ เวลา 12.30 น. กลุ่มนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลตะวันออก วิทยาเขตอุเทนถวาย ประมาณ 40 คน เดินทางมารอรับศพนายพรพจน์ ระหว่างนั้นมีนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ประมาณ 30 คน เดินทางมารับศพนายนันทศักดิ์ แก้วเขียว อายุ 22 ปี เพื่อนนักศึกษาที่ประสบอุบัติเหตุรถชนเสียชีวิตในท้องที่ สภ.พระสมุทรเจดีย์ จ.สมุทรปราการ
เมื่อกลุ่มนักศึกษาทั้งสองกลุ่มมาเผชิญหน้ากันก็เกิดการเขม่นกันขึ้น จากนั้นก็วิ่งเข้าตะลุมบอนกัน ต่างพยายามหาสิ่งของที่อยู่ใกล้เคียงมาเป็นอาวุธ ทั้งไม้ ก้อนอิฐ ตะเกียงบูชาพระพุทธรูป ขว้างปาทุบตีกันชุลมุน นานประมาณ 5 นาที ทำให้ทรัพย์สินของราชการ กระจกประตูสถาบันนิติเวชแตกเสียหาย ประชาชนหลายคนที่มารอรับศพพากันแตกตื่นตกใจกลัวโดนลูกหลง และมีนักศึกษาวิทยาเขตอุเทนถวายบาดเจ็บศีรษะแตกเล็กน้อย 1 คน
ขณะเดียวกัน ตำรวจสายตรวจ และสายสืบปทุมวัน ได้เข้ามาแยกนักศึกษาทั้งสองกลุ่มออกจากกันโดยให้นักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน เข้าไปอยู่ภายในสถาบันนิติเวช และตรวจค้นอาวุธแต่ไม่พบอาวุธร้ายแรง จึงให้รอรับศพเพื่อนและจัดรถตู้ไปส่งยังสถาบันโดยออกทางด้านหลัง ส่วนกลุ่มนักศึกษาวิทยาเขตอุเทนถวายให้อยู่บริเวณฟุตบาทด้านหน้า
ต่อมา พ.ต.อ.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผกก.สน.ปทุมวัน ได้เดินทางมาเจรจาด้วยตนเอง ว่าให้นักศึกษาทั้งสองกลุ่มแยกย้ายกันกลับด้วยความสงบ ขออย่าให้มีเรื่องเนื่องจากผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องจะได้รับความเดือดร้อน นักศึกษาบางส่วนจึงเดินทางกลับ ส่วนที่เหลืออีกประมาณ 10 คนก็ยังรอรับศพด้วยความสงบ โดยมีตำรวจคอยดูแลสถานการณ์
ผู้เห็นเหตุการณ์รายหนึ่งเล่าว่า ขณะเกิดเหตุเห็นนักศึกษาทั้งสองกลุ่มมายืนเขม่นกัน และบางคนในกลุ่มก็ส่งเสียงตะโกนต่อว่ากัน จากนั้นนักศึกษาสถาบันเทคโนโลยีปทุมวันคนหนึ่งเดินลงมาที่ถนนซึ่งกั้นระหว่างสองกลุ่ม จากนั้นนักศึกษาวิทยาเขตอุเทนถวายคนหนึ่งก็วิ่งเข้ามากระโดดถีบ จากนั้นต่างฝ่ายต่างก็กรูกันเข้ามาหยิบฉวยอะไรที่เป็นอาวุธได้ก็ไล่ตีขว้างปากันชุลมุน จนผู้ที่อยู่บริเวณนั้นต้องวิ่งหนีกระเจิง จนตำรวจเข้ามาระงับเหตุแยกทั้งสองฝ่าย
ในช่วงเย็น นายสง่า โสภาเจริญ พ่อของนายพรพจน์ พร้อมญาติ มาติดต่อรับศพ จากนั้นให้สัมภาษณ์อีกครั้งว่า "ลูกชายมีความใฝ่ฝันที่จะเข้าเรียนที่สถาบันนี้ ก่อนมาเรียนลูกก็บอกว่าไม่ได้เข้ามาเรียนเพื่อจะมีเรื่อง แต่จะตั้งใจศึกษาเล่าเรียนให้จบ และตั้งแต่ที่ลูกเรียนมาก็สอบได้ไม่เกินที่ 10 เลย ซึ่งอยากบอกทุกคนเป็นอุทาหรณ์ว่าขออย่าให้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นอีก เพราะว่าการสูญเสียลูกชายครั้งนี้ถือว่าเป็นเรื่องที่เกินรับได้ เพราะตนมีลูกชายเพียง 2 คน" เมื่อพูดมาถึงตรงนี้นายสง่าถึงกับน้ำตาคลอเบ้า และขอยุติการให้สัมภาษณ์เพราะยังอยู่ในอาการโศกเศร้าไม่พร้อมที่จะพูดอะไร ทั้งนี้ศพของนายพรพจน์ ญาติจะนำไปบำเพ็ญกุศล ที่วัดลาดปลาเค้า
ส่วนผลการพิสูจน์ศพนายพรพจน์ สถาบันนิติเวชระบุว่าเสียชีวิตเนื่องจากบาดแผลกระสุนปืนทำลายปอดขวา ทะลุไขสันหลังส่วนคอและเอว เป็นเหตุให้เสียชีวิต